การลงบันทึกประจำวัน กับ การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ: สิ่งเดียวกันหรือไม่? ผลทางกฎหมายแตกต่างกันอย่างไร?


ในการดำเนินคดีอาญาหรือกรณีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทางกฎหมาย ประชาชนมักมีข้อสงสัยว่าการ “ลงบันทึกประจำวัน” กับ “การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ” เป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่ และมีผลทางกฎหมายแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งในทางปฏิบัติ ความเข้าใจผิดในเรื่องนี้อาจส่งผลต่อสิทธิและหน้าที่ของคู่กรณีได้

1. ความแตกต่างทางกฎหมาย

1.1 การลงบันทึกประจำวัน
การลงบันทึกประจำวันเป็นกระบวนการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกเหตุการณ์ที่ประชาชนมาแจ้งไว้ในสมุดบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจ เช่น การแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การทำสัญญาตกลงกันระหว่างคู่กรณี หรือการรายงานเหตุการณ์ทั่วไปที่ไม่ได้เป็นความผิดทางอาญาโดยตรง

ผลทางกฎหมาย:

– การลงบันทึกประจำวันเพียงเป็นการบันทึกข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ก่อให้เกิดกระบวนการสอบสวนคดีอาญา

– ไม่มีผลผูกพันให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินคดีต่อผู้ที่ถูกกล่าวถึงในบันทึก

– อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในทางแพ่งหรืออาญาในอนาคตได้ แต่ ไม่ถือเป็นการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมาย

1.2 การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ
การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นการแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าตนเป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดทางอาญา และมีความประสงค์ให้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

การแจ้งความร้องทุกข์: กรณีเป็นความผิดอันยอมความได้ เช่น หมิ่นประมาท วิ่งราวทรัพย์ การฉ้อโกงทั่วไป ซึ่งต้องแจ้งความภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย

การกล่าวโทษ: กรณีเป็นความผิดอาญาที่ยอมความไม่ได้ เช่น ฆาตกรรม ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถแจ้งให้ตำรวจดำเนินการได้ แม้ตนเองจะไม่ใช่ผู้เสียหาย

ผลทางกฎหมาย:

-เป็นขั้นตอนเริ่มต้นของกระบวนการสอบสวนคดีอาญา

-พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยสอบสวนและส่งเรื่องให้พนักงานอัยการหากมีมูล

-มีผลทางกฎหมายในการเริ่มต้นคดีความ และอาจนำไปสู่การออกหมายจับหรือหมายเรียก

2. ปัญหาในทางปฏิบัติ

ในทางปฏิบัติ มักพบว่าประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดว่าเพียงการลงบันทึกประจำวันก็เพียงพอในการดำเนินคดีอาญา แต่เมื่อถึงเวลาต้องดำเนินคดีจริงกลับพบว่าไม่มีผลทางกฎหมาย ทำให้สิทธิของผู้เสียหายเสียไปโดยไม่ตั้งใจ

ปัญหาที่พบได้บ่อย เช่น

-ผู้เสียหายลงบันทึกประจำวันเรื่องถูกฉ้อโกง แต่ไม่ได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน ทำให้คดีขาดอายุความ

-ผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายแต่เพียงลงบันทึกประจำวัน และเข้าใจผิดว่าจะมีการดำเนินคดีโดยอัตโนมัติ

-ตำรวจบางรายอาจแนะนำให้ลงบันทึกประจำวันแทนการร้องทุกข์เพื่อหลีกเลี่ยงภาระงาน

3. แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง

-หากต้องการให้ดำเนินคดีอาญา ต้องแจ้งความร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ ไม่ใช่เพียงลงบันทึกประจำวัน

-หากเป็นคดีที่มีอายุความสั้น เช่น ความผิดอันยอมความได้ ต้องรีบแจ้งความภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

-ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ชัดเจนว่าการแจ้งนั้นเป็นเพียงการลงบันทึกหรือเป็นการแจ้งความร้องทุกข์

-ในกรณีที่มีข้อสงสัย ควรปรึกษาทนายความเพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง

ตามที่หนิงได้อธิบายไปทั้งหมดข้างต้น แม้การลงบันทึกประจำวันและการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษจะเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับตำรวจเหมือนกัน แต่ผลทางกฎหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การลงบันทึกประจำวันเป็นเพียงการบันทึกเหตุการณ์ แต่ ไม่มีผลให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินคดี ในขณะที่การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นการเริ่มต้นกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยตรง หากต้องการให้คดีมีความคืบหน้า ผู้เสียหายควรเข้าใจความแตกต่างนี้ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการดำเนินคดีตามกฎหมาย

หนิง นันทิชา


Bloggers

About หนิง นันทิชา
นักกฎหมาย(ยัง)สาว ด้าน Commercial Law ชำนาญการตรวจสอบสัญญาธุรกิจ ศึกษาเรื่องการบริหารทรัพย์สินทางปัญญาให้เกิดมูลค่าเชิงพาณิชย์นานนับ 10 ปี รักในการถ่ายทอดความรู้เทคนิคการอ่านการตีความเงื่อนไขทางธุรกิจให้กับกลุ่มคนที่ไม่ใช่นักกฎหมาย เคยทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาในมหาวิทยาลัยรัฐและปัจจุบันดูแลงานกฎหมายในบริษัทมหาชน นันทิชาเป็นศิษย์เก่า Queen Mary, University of London (QMUL) School of Law สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท LLM สาขา Intellectual Property Law และ LLM with Merit สาขา Tax Law และเนติบัณฑิตไทย