เบี้ยปรับในสัญญา ข้อควรระวังในการใช้และภาระภาษีที่ซ่อนอยู่!
“เบี้ยปรับ” ที่คุณอาจมองข้าม: อะไรคือข้อควรระวังในการใช้และภาระภาษีที่ซ่อนอยู่
สิ่งเล็ก ๆ อย่าง “เบี้ยปรับ” อาจไม่ใช่หัวข้อที่ใครสนใจหยิบมาคุยกันบ่อย ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า ข้อตกลงเล็ก ๆ นี้แหละที่สามารถกลายเป็นกับดักทางกฎหมาย และภาระภาษีที่ทำเอาธุรกิจสะดุดได้ไม่รู้ตัว
เบี้ยปรับคืออะไร? อย่าคิดว่าแค่ค่าปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ “เบี้ยปรับ” เป็นค่าเสียหายที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า หากลูกหนี้ผิดสัญญา เจ้าหนี้ก็มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามจำนวนที่ระบุไว้ ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่า “ดอกเบี้ย” หรือ “ค่าธรรมเนียม” ถ้าลักษณะเข้าข่ายเบี้ยปรับ กฎหมายก็นับว่าเป็นเบี้ยปรับอยู่ดี
ประเภทของเบี้ยปรับ: ไม่ใช่แค่เงินสดเสมอไป
ประเภทของเบี้ยปรับนั้น มีทั้งเบี้ยปรับเป็นเงิน ซึ่งเป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด และจะต้องระบุจำนวนเงินหรือวิธีคิดให้ชัด นอกจากนี้ยังมีเบี้ยปรับที่ไม่ใช่เงิน เช่น การโอกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การยินยอมให้ผลงานตกเป็นของอีกฝ่าย หรือการงดเว้นการกระทำบางอย่าง สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นเบี้ยปรับเช่นกัน
ผลของเบี้ยปรับ: เลือกผิด ชีวิตเปลี่ยน
เจ้าหนี้มี “สิทธิเลือก” ว่าจะเอาเบี้ยปรับตามสัญญา หรือจะฟ้องบังคับให้ชำระหนี้ ซึ่ง เลือกได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น (กรณีลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เลย) หากเรียกเบี้ยปรับแล้ว ก็หมดสิทธิฟ้องบังคับชำระหนี้ตามสัญญา!
แต่ถ้าลูกหนี้ชำระหนี้ “ไม่ถูกต้องตามสมควร” เช่น จ่ายล่าช้า หรือไม่ครบงวด เจ้าหนี้สามารถเรียกทั้งเบี้ยปรับ และ ฟ้องบังคับชำระหนี้ได้พร้อมกัน สิ่งสำคัญคือ หากลูกหนี้กลับมาชำระครบถ้วนในภายหลัง เจ้าหนี้ต้องสงวนสิทธิไว้ชัดเจน ว่ายังจะเรียกเบี้ยปรับ มิฉะนั้นสิทธิจะหลุดทันที
เบี้ยปรับกับภาษี: รับเงินได้ แต่ภาษีก็ต้องเคลียร์ให้เรียบร้อยด้วย
แม้จะเป็นแค่ค่าเสียหายที่ตกลงกัน แต่เบี้ยปรับมีผลทางภาษีอย่างเต็มรูปแบบ!
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล — ฝ่ายเจ้าหนี้ที่ได้รับเบี้ยปรับ จะต้องนำไปรวมเป็นรายได้จากกิจการ และเสียภาษีในอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ขณะที่ฝ่ายลูกหนี้ที่จ่ายเบี้ยปรับ สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ ถ้าเข้าเกณฑ์ตามประมวลรัษฎากร
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) — เบี้ยปรับไม่ใช่รายได้จากการขายหรือให้บริการโดยตรง ดังนั้น ไม่ต้องเสีย VAT แม้จะรับเงินมา ก็ไม่ต้องออกใบกำกับภาษีหรือนำไปยื่นในแบบ ภ.พ.30
ศาลสามารถ “ลด” เบี้ยปรับได้
ถึงจะระบุไว้ในสัญญาชัดเจนว่าค่าปรับเท่านั้นเท่านี้ แต่หากศาลเห็นว่าเบี้ยปรับที่ตกลงกันไว้นั้น “สูงเกินควร” หรือเกินจริงจากค่าเสียหาย ศาลมีอำนาจลดให้เหลือแค่จำนวนที่เหมาะสมได้
สรุป: อย่ามองข้าม “เบี้ยปรับ” มันคือเครื่องมือกฎหมาย + ภาระภาษีที่รอคุณอยู่
“เบี้ยปรับ” ไม่ใช่แค่ภาษาทางกฎหมายที่ไว้แปะในท้ายสัญญา แต่มันคือกลไกสำคัญที่ส่งผลทั้งด้านสิทธิทางกฎหมายและด้านภาษีโดยตรง
ไกรวัล