Deductible / Excess ความรับผิดส่วนแรก ทำไมประกันวิชาชีพถึงมักไม่มี


เข้าใจให้ครบ ก่อนตัดสินใจเลือกทำประกัน

Deductible / Excess หรือความรับผิดส่วนแรก คืออะไร?

เวลาเราซื้อประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันรถ ประกันบ้าน หรือแม้แต่ประกันวิชาชีพ หลายคนน่าจะเคยเจอคำว่า “Deductible” หรือบางทีก็เรียกว่า “Excess” แล้วก็สงสัยในใจว่า…มันคืออะไรกันแน่?

ทำไม Deductible ถึงมีผลต่อค่าเบี้ยประกัน?

Deductible หรือความรับผิดในส่วนแรก ก็คือเงินจำนวนหนึ่งที่เราต้องจ่ายเองก่อน บริษัทประกันถึงจะเข้ามาช่วยครับ สมมุติว่าเราทำประกันไว้ แล้วเกิดเหตุอะไรบางอย่างขึ้นจนต้องเคลม ถ้ากรมธรรม์บอกว่ามี Deductible 50,000 บาท นั่นหมายความว่า ถ้าเคลมครั้งนั้นมูลค่า 200,000 บาท เราต้องจ่ายเองก่อน 50,000 บริษัทประกันถึงจะช่วยจ่ายอีก 150,000 ที่เหลือ

กรมธรรม์ที่มี Deductible เบี้ยจะถูกกว่า จริงไหม?

ฟังดูแล้วเหมือน Deductible เป็นภาระใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้วมันมีข้อดีด้วย เพราะกรมธรรม์ที่มี Deductible มักจะมีเบี้ยประกันที่ “ถูกกว่า” กรมธรรม์ที่ไม่มีเลย

บริษัทประกันให้เหตุผลว่า ถ้าเรายอมรับความเสี่ยงส่วนหนึ่งเอง เขาก็ลดเบี้ยให้ได้บ้าง แต่ถ้าอยากได้ความคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก เบี้ยก็ต้องสูงขึ้นเป็นเรื่องปกติ

Deductible, Excess, Retention สามคำนี้ในภาษาอังกฤษ ต่างกันอย่างไร?

สำหรับใครที่อ่านกรมธรรม์ภาษาอังกฤษแล้วงงกับคำศัพท์ ผมขออธิบายเพิ่มนิดนึงว่า ในภาษาอังกฤษ เราอาจจะเจอคำว่า Deductible, Excess หรือบางทีก็ Retention ซึ่งไม่ว่าคำไหนก็หมายถึงสิ่งเดียวกันครับ นั่นคือ “จำนวนเงินส่วนแรกที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบเอง” ก่อนที่บริษัทประกันจะเริ่มจ่ายค่าสินไหม ไม่ว่าจะเรียกชื่อไหน ถ้าเจอคำเหล่านี้ในกรมธรรม์ ก็ให้นึกไว้เลยว่า นี่แหละคือส่วนที่เราต้องจ่ายเองก่อน

ประกันวิชาชีพ ทำไมถึงมักไม่มี Deductible?

แต่ที่น่าสนใจคือ…มีประกันอยู่ประเภทหนึ่งที่ “มักจะไม่มี Deductible เลย” นั่นคือ ประกันวิชาชีพ อย่างเช่น ประกันความรับผิดทางการแพทย์ หรือที่บางคนเรียกว่า Medical Malpractice Insurance

เหตุผลที่ประกันวิชาชีพไม่มี Deductible

1. เพื่อให้ผู้เอาประกันกล้าแจ้งเคลม

ลองนึกภาพว่าถ้าเราเป็นหมอ แล้วเจอเคสผู้ป่วยที่ไม่พอใจจนเริ่มมีการร้องเรียน ถ้ากรมธรรม์ของเราต้องควักเงินเองก่อนเพื่อจะเคลม หลายคนอาจจะลังเล ไม่กล้าแจ้ง ทั้งที่จริงๆ บริษัทประกันควรจะรู้เรื่องตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้เข้าไปช่วยดูแล และป้องกันไม่ให้เรื่องบานปลาย

2. ค่าความเสียหายในวิชาชีพมักสูงมาก

ในวิชาชีพแบบนี้ เวลาเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ ค่าความเสียหายมันมักจะสูงมาก บางเคสเป็นหลักแสน หลักล้าน การมี Deductible แค่ 50,000 หรือ 100,000 อาจไม่มีนัยสำคัญเท่าไหร่ แต่ถ้ามันทำให้เจ้าของวิชาชีพไม่กล้าแจ้ง อาจเกิดความเสียหายหนักขึ้น

3. สนับสนุนจรรยาบรรณวิชาชีพ

ประกันแบบไม่มี Deductible ทำให้มืออาชีพไม่ต้องมานั่งลังเลว่าเคสนี้จะเคลมหรือไม่ เพราะกลัวเสียเงินเอง ทำให้การตัดสินใจสามารถยึดหลักวิชาชีพและจรรยาบรรณได้มากขึ้น

ก่อนซื้อประกัน อย่าลืมดู Deductible

ผมว่าเรื่อง Deductible นี่หลายคนมองข้าม ทั้งที่จริงๆ แล้วมันสำคัญมาก เพราะมันกำหนดเลยว่า เวลาเกิดเหตุ บริษัทประกันจะเข้ามาช่วยตรงจุดไหน และเราต้องรับผิดชอบตรงไหนบ้าง

ถ้าคุณกำลังจะซื้อประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันรถ ประกันบ้าน หรือประกันวิชาชีพ ผมแนะนำให้ลองเปิดกรมธรรม์ หรือถามตัวแทนให้ชัดเจนไปเลยครับว่า “กรมธรรม์นี้มี Deductible ไหม?” แล้วลองชั่งน้ำหนักว่า จะยอมจ่ายเบี้ยเพิ่มหน่อย เพื่อให้เคลมได้ทันทีแบบไม่ต้องควักเอง หรือจะประหยัดเบี้ยไว้ แล้วรับความเสี่ยงไว้บ้างตอนเกิดเหตุ

ประกันวิชาชีพ ไม่มี Deductible แล้วดีอย่างไร?

ถ้าคุณอยู่ในสายอาชีพที่มีความเสี่ยงโดนฟ้อง เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ วิศวกร สถาปนิก หรือทนายความ ผมบอกเลยว่า การมีประกันวิชาชีพที่ไม่มี Deductible คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยป้องกันคุณจากเรื่องไม่คาดฝัน

สรุปส่งท้ายก่อนจากไป

คำว่า “Deductible” หรือ “ความรับผิดในส่วนแรก” ไม่ใช่คำที่น่ากลัวหรือชวนงงอีกต่อไป และคุณจะรู้จักมันมากพอที่จะเอาไปใช้เวลาตัดสินใจซื้อประกันได้อย่างมั่นใจครับ

ไกรวัล ศรีประทักษ์


Bloggers

About ไกรวัล
ทำงานกฎหมาย ร่าง เจรจาสัญญาธุรกิจมานาน 20 ปี รอบรู้เอกสารภาษาอังกฤษในงานธุรกิจและกฎหมาย อดีตผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของบมจ. ปัจจุบันบริหารงานกฎหมายให้ บจก. เรียบเรียงหนังสือเรียนหลักสูตรกระทรวงศึกษาฯ มากกว่า 20 เล่ม เคยชนะเลิศอันดับหนึ่งการคัดเลือกนักเขียนนิตยสาร I Get English เคยทำคะแนน TOEIC เต็ม 990 ทำ IELTS score 8 โดยเฉพาะ writing part และหนึ่งในสามคนไทยที่สอบได้ใบอนุญาตฟีฟ่าประกอบธุรกิจตัวแทนนักฟุตบอลทั่วโลกครั้งแรก ไกรวัลจบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขา International Business (awarded with Distinction) จาก University of Wollongong และสาขาการเงิน จาก University of Newcastle