พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โพสต์อะไรถึงผิดกฎหมาย วิธีเอาผิดสำหรับผู้เสียหาย ที่ต้องรู้!
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คือ อะไร
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560 ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันและลงโทษผู้ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศไปในทางที่ผิด เช่น การแฮกข้อมูล ปล่อยไวรัส โพสต์ข้อมูลเท็จ หรือนำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบ แต่ในความเป็นจริง… กลับมีคนจำนวนไม่น้อย ตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่ตั้งใจ เพียงเพราะโพสต์ แสดงความคิดเห็น หรือแชร์เนื้อหาบางอย่างโดยไม่ระวัง
โพสต์อะไร ถึง ผิดกฎหมาย?
สิ่งที่น่ากลัวคือ มาตรา 14 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ระบุว่า ห้ามนำข้อมูลเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ “โดยทุจริตหรือหลอกลวง” หากการกระทำนั้นทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
แต่การตีความว่า “ข้อมูลเท็จ” คืออะไร? หรือ “หลอกลวง” แค่ไหนถึงผิด? กลับไม่มีความชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น แชร์ข่าวที่เข้าใจว่าเป็นความจริง โดยไม่ได้เจตนาใส่ร้าย ก็อาจเข้าข่ายผิด, โพสต์ข้อความวิจารณ์หน่วยงานรัฐ ก็เคยมีคนถูกดำเนินคดีมาแล้ว, แชร์ meme ขำๆ ที่โดนใจ แต่สื่อถึงสถาบันหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ และนี่คือเหตุผลที่มีหลายฝ่าย โดยเฉพาะนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้กลายเป็นเครื่องมือ “ปิดปากประชาชน” มากกว่าจะเป็นการ “ปกป้องประชาชน” ตามเจตนารมณ์เดิม
คดีจริงที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน ศาลฎีกาได้พิพากษาคดีที่น่าสนใจ ก็คือ คดีที่อดีตพนักงานคนหนึ่งเข้าถึงอีเมลบริษัทที่ตนเองเคยใช้ หลังลาออกไปแล้ว เพื่อดาวน์โหลดข้อมูลส่งให้ตัวเอง โดยที่ศาลวินิจฉัยว่า เป็น “การเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ” ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แม้จะไม่ได้ hack ระบบอะไรก็ตาม อีกคดี เป็นผู้หญิงคนหนึ่งโพสต์ข้อมูลที่เกี่ยวกับสถาบันฯ ลงบนเฟซบุ๊ก ถูกฟ้องตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และ ม.112 (หมิ่นฯ) ซึ่งศาลตัดสินให้จำคุก แม้เธออ้างว่าไม่ได้มีเจตนาทำให้เสียหาย
มาตราใน พ.ร.บ. ที่มักถูกใช้แจ้งความหรือดำเนินคดีบ่อย ๆ
มาตรา 14 ของพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จะเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลเท็จ, ข้อมูลลามก ฯลฯ ตัวอย่างเช่น แชร์ข่าวปลอมว่า “วัคซีนทำให้คนตาย” ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่ความจริง, โพสต์ภาพลับของคนอื่นในกลุ่มแชท, แชร์คลิปโป๊ผ่านไลน์หรือโซเชียล
มาตรา 5–7 ของพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จะเกี่ยวกับการเข้าถึงระบบโดยมิชอบ ตัวอย่างเช่น อีเมลของบริษัทหลังลาออก เพื่อดูข้อมูลเก่า, แอบใช้บัญชีของเพื่อน แฟน หรือญาติ โดยไม่มีอนุญาต
มาตรา 16 ของพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จะ เกี่ยวกับการนำภาพของผู้อื่นมาเผยแพร่ หรือนำภาพของคนอื่น โดยเฉพาะภาพลับหรือภาพในที่ไม่ควรเปิดเผย มาดัดแปลงหรือลงในโซเชียลเพื่อให้เสื่อมเสีย อับอาย หรือถูกเกลียดชัง เช่น เอารูปแฟนเก่ามาตัดต่อแล้วแชร์, แชร์ภาพหลุด
แล้วถ้าเรา “เป็นฝ่ายเสียหาย” ควรทำอย่างไร?
การจะเอาผิดใครตาม พ.ร.บ.คอมฯ ได้ ต้องมี พยานหลักฐานชัดเจน ครับ ไม่ใช่แค่พูดปากเปล่า ต้องมี “หลักฐานดิจิทัล” ที่ศาลยอมรับได้ อาทิ การจับภาพหน้าจอ (screenshot) ที่เห็นชื่อ บัญชี โพสต์ เวลา และ URL, การบันทึกวิดีโอหน้าจอ (screen recording) กรณีเป็นคลิปหรือไลฟ์สด, การเก็บลิงก์ต้นฉบับ, การดาวน์โหลดไฟล์, เก็บข้อมูลและติดต่อพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น คนที่เห็นโพสต์ก่อนถูกลบ, หนังสือรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ พอได้ข้อมูลได้ครบ ให้นำไปแจ้งความ
โพสต์ให้รอด แชร์ให้รอด ควรทำยังไง?
– คิดก่อนพิมพ์ อย่าแชร์อะไรเพียงเพราะ “เห็นว่ามันฮา” หรือ “โดนใจ”
– ตรวจสอบแหล่งข่าวจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
– อย่าร่วมวงแชร์ภาพหลุด คลิปโป๊ หรือข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น
– อย่าแอบเข้ารหัส อีเมล หรือแอปของใคร แม้จะเป็นแฟนกันก็ตาม
– เก็บหลักฐานทุกครั้งที่ถูกคุกคาม หรือถูกแชร์ข้อมูลส่วนตัว
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองเราจากการละเมิดบนโลกออนไลน์ แต่ในทางกลับกัน มันก็สามารถกลายเป็นดาบสองคมได้ หากเราใช้ “นิ้ว” โดยไม่ใช้ “สติ” ครับ
ไกรวัล