สัญญาซื้อขาย สัญญาว่าจ้าง สัญญาบริการ ใบสั่งซื้อ(PO) อันไหนติดอากรแสตมป์?
ชอุ่มว่า ทุกวันนี้นักบัญชี นักกฎหมายก็ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับอากรแสตมป์เหล่านี้เสมอ
- สัญญาซื้อขายสินค้า ต้องติดอากรแสตมป์มั้ย?
- สัญญาว่าจ้าง สัญญาว่าจ้างทำของ ต้องติดอากรแสตมป์มั้ย?
- อากรแสตมป์เป็นดวง ๆ ซื้อที่ไหน? 7-11 มีขายไหม?
- การเสียแสตมป์เป็นตัวเงิน แปลว่าอะไร เสียอย่างไร?
- กรณีไหนติดอากรแสตมป์แบบดวง ๆ ติดด้วยมือบนเอกสารสัญญาได้? กรณีไหนทำไม่ได้?
- ใบเสนอราคา (quotation) ต้องติดอากรแสตมป์มั้ย?
- ใบสั่งซื้อ ใบสั่งจ้าง (Purchase Order) ต้องติดอากรแสตมป์มั้ย?
ในบทความนี้ ชอุ่ม จะมาตอบทุกคำถามให้ชัดเจนกัน
สัญญาซื้อขายสินค้า ต้องติดอากรแสตมป์ไหม?
คำตอบคือ ไม่ต้องติด เพราะสัญญาซื้อขายสินค้าไม่ใช่ตราสารที่อยู่ในบัญชีอากรแสตมป์ที่กำหนดไว้ใน 28 ลักษณะ
แน่นอนว่า การซื้อขายสินค้าทั่วไปไม่ว่าจะเป็นสินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ แม้จะมีมูลค่าหลักล้านหรือหลักสิบล้านบาท เอกสารสัญญาก็ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่การจ้างทำของหรือการให้บริการ
ตัวอย่าง เช่น
- บริษัทสั่งซื้อคอมพิวเตอร์ 100 เครื่อง มูลค่า 2 ล้านบาท → ไม่ต้องติดอากรแสตมป์
- ห้างร้านสั่งซื้อสินค้ามาขาย มูลค่า 5 ล้านบาท → ไม่ต้องติดอากรแสตมป์
- โรงงานสั่งซื้อวัตถุดิบมาผลิต → ไม่ต้องติดอากรแสตมป์
สัญญาว่าจ้าง สัญญาว่าจ้างทำของ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม?
คำตอบคือ ต้องติด เพราะเป็นตราสารลักษณะที่ 4 ในบัญชีอากรแสตมป์ คือ “จ้างทำของ” เนื่องจากการจ้างทำของหมายถึง สัญญาที่ผู้รับจ้างตกลงทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้ค่าตอบแทนเมื่องานเสร็จ ซึ่งต่างจากการจ้างแรงงานทั่วไปที่จ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน
ค่าอากรแสตมป์: 1 บาทต่อทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท (ภาษาพูด คือ พันละบาท ภาษาในสัญญา จะระบุ 0.1% หรือร้อยละ 0.1) โดยคำนวณจากค่าจ้างที่ไม่รวม VAT และผู้รับจ้างเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์
ตัวอย่างสัญญาการจ้างทำของ:
- สัญญาจ้างล้างซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ ค่าจ้าง 15,000 บาท → ติดอากรแสตมป์ 15 บาท
- สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ ค่าจ้าง 80,000 บาท → ติดอากรแสตมป์ 80 บาท
- สัญญาจ้างก่อสร้างอาคาร ค่าจ้าง 3,000,000 บาท → เสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน
- สัญญาจ้างทำความสะอาดออฟฟิศ → ติดอากรแสตมป์
- สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก → ติดอากรแสตมป์
สัญญาบริการ สัญญาให้บริการ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม?
คำตอบ คือ อันนี้แล้วแต่ บางสัญญาก็ติด บางสัญญาก็ไม่ติดอากรแสตมป์ ขึ้นอยู่กับว่า เป็นการจ้างทำของหรือไม่ โดยดูจากขอบเขตหรือลักษณะของการให้บริการว่า เป็นการจ้างที่ต้องการผลสำเร็จของงานหรือไม่ (ซึ่งเอามาจากการอธิบายเรื่อง “การจ้างทำของ” ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ปพพ มาตรา 587 นั่นคือ ถ้าตีความว่าเข้ามาตรา 587 นี้ ก็อยู่ในบังคับต้องติดอากรแสตมป์)
ตัวอย่างสัญญาบริการ สัญญาให้บริการ (ที่มีทั้งติดและไม่ติด)
- สัญญาบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ → ติดอากรแสตมป์
- สัญญาจ้างบริษัทแม่บ้านทำความสะอาด → ติดอากรแสตมป์
- สัญญาจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัย รปภ. → ติดอากรแสตมป์
- สัญญาบริการพื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณา (ผู้ให้บริการมีระบบไฟฟ้าในพื้นที่รอเชื่อมต่อ ผู้รับบริการหาป้ายมาเอง) → ไม่ติดอากรแสตมป์ เพราะบริการนี้ไม่ใช่การจ้างทำของ
- สัญญาให้ใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์คอมพิวเตอร์ → ไม่ติดติดอากรแสตมป์ เพราะค่าลิขสิทธิ์ได้รับการยกเว้นอากรแสตมป์
- สัญญาให้บริการส่วนกลางสำหรับพื้นที่อาคารสำนักงานและอาคารร้านค้า (ผู้ให้บริการจัดหาแอร์ ไฟฟ้า น้ำประปา ห้องน้ำ ส่วนกลาง) → ไม่ติดอากรแสตมป์ เพราะบริการนี้ไม่ใช่การจ้างทำของ
- สัญญาประมวลผลข้อมูลออนไลน์ทั้งแบบใช้จำกัดและไม่จำกัดภายในระยะเวลาอายุสมาชิก (ง่าย ๆ นึกถึงธุรกิจของ บมจ. BOL) → ติดอากรแสตมป์
- สัญญาจ้างที่ปรึกษา / สัญญาบริการงานที่ปรึกษา → ติดอากรแสตมป์
อากรแสตมป์เป็นดวง ๆ ซื้อที่ไหน? 7-11 มีขายไหม?
อากรแสตมป์ไม่ได้ขายที่ 7-11 หรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป หลายคนมักสับสนกับแสตมป์ไปรษณีย์ซึ่งเป็นคนละอย่างกัน
ซื้อได้ที่:
- สำนักงานสรรพากรพื้นที่ (เขตหรืออำเภอ)
- สำนักงานสรรพากรจังหวัด
- ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพากร
ดวงอากรแสตมป์มี 3 แบบ คือ 1 บาท 5 บาท และ 20 บาท ซึ่งแต่ละดวงจะมีลักษณะคล้ายแสตมป์ไปรษณีย์แต่มีข้อความระบุว่า “อากรแสตมป์” พร้อมราคาที่ชัดเจน
วิธีใช้: เมื่อซื้อมาแล้วนำมาติดบนสัญญาที่ต้นฉบับ ให้ขีดฆ่าที่แสตมป์ เพื่อไม่ให้นำไปใช้ซ้ำ ส่วนคู่ฉบับให้ติดอากร 5 บาท
การเสียแสตมป์เป็นตัวเงิน แปลว่าอะไร เสียอย่างไร?
“เสียอากรเป็นตัวเงิน” หมายถึง การชำระเงินแทนการปิดแสตมป์จริง โดยไปชำระเงินที่สำนักงานสรรพากรจังหวัด สรรพากรเขต หรือชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบออนไลน์ (E-Stamp ไม่ต้องไปสรรพากร)
เมื่อชำระเงินที่สำนักงานสรรพากรแล้ว เจ้าหน้าที่จะสลักหลังตราสาร (ประทับตราหรือลงข้อความเป็นแผ่นแปะไว้ด้านหลังของหน้าใดหน้าหนึ่งในสัญญา เช่น ด้านหลังของหน้าสุดท้ายของสัญญา) เพื่อแสดงว่าได้ชำระอากรแสตมป์แล้ว หรือหากชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบออนไลน์ จะได้รับหลักฐานการชำระที่สามารถแนบกับสัญญาได้
วิธีการ:
- นำสัญญาต้นฉบับไปที่สำนักงานสรรพากรจังหวัดหรือสรรพากรเขต
- แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการชำระอากรแสตมป์
- ชำระเงินตามจำนวนที่คำนวณได้
- เจ้าหน้าที่จะสลักหลังตราสารให้
ทางเลือกใหม่: ปัจจุบันสามารถชำระผ่านระบบ E-Stamp ได้แล้ว ซึ่งสะดวกกว่าการไปที่สรรพากรโดยตรง
กรณีไหนติดอากรแสตมป์แบบดวงได้? กรณีไหนทำไม่ได้?
ชอุ่มว่า นี่เป็นคำถามยอดฮิต (หลายคนเคยรู้แล้วก็ลืมไป หรือไม่เคยรู้มาก่อนก็มี) ชอุ่มขออ้างถึงประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.153/2559 กำหนดไว้ชัดเจนว่า:
กรณีที่ติดแสตมป์ดวงได้ (มูลค่าไม่ถึงเกณฑ์)
สัญญาจ้างทำของเอกชน: มูลค่างานต่ำกว่า 1,000,000 บาท → ติดแสตมป์ดวงได้
สัญญาจ้างทำของภาครัฐ: มูลค่างานต่ำกว่า 200,000 บาท → ติดแสตมป์ดวงได้
ตัวอย่าง:
- สัญญาจ้างซ่อมแซมอาคาร 150,000 บาท → ติดดวง 150 บาท
- สัญญาภาครัฐจ้างทำเว็บไซต์ 180,000 บาท → ติดดวง 180 บาท
กรณีที่ต้องเสียเป็นตัวเงิน (ไม่สามารถติดดวงได้)
สัญญาจ้างทำของเอกชน: มูลค่างานตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป → ต้องเสียเป็นตัวเงิน
สัญญาจ้างทำของภาครัฐ: รัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ว่าจ้าง และมูลค่างานตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป → ต้องเสียเป็นตัวเงิน
ตัวอย่าง:
- จ้างก่อสร้างโรงงาน 5,000,000 บาท → เสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน 5,000 บาท
- เทศบาลจ้างปรับปรุงถนน 250,000 บาท → เสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน 250 บาท
หมายเหตุสำคัญ: หากติดแสตมป์ดวงในกรณีที่ต้องเสียเป็นตัวเงิน จะถือว่าไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ และต้องเสียเงินเพิ่มอากรตามกฎหมาย
ใบเสนอราคา (Quotation) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับว่ามีการลงนามหรือไม่
กรณีที่ไม่ต้องติดอากร:
- ใบเสนอราคาที่ผู้รับจ้างส่งไปให้ผู้ว่าจ้างพิจารณา แต่ยังไม่มีการลงนามจากผู้ว่าจ้าง → ไม่ต้องติดอากร เพราะยังไม่ถือเป็นการตกลงที่สมบูรณ์
กรณีที่ต้องติดอากร คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.153/2559 อธิบายไว้ว่า:
- ใบเสนอราคาที่ผู้ว่าจ้างลงนามรับทราบหรือยืนยัน → ถือเป็นตราสารจ้างทำของแล้ว ต้องติดอากร
ตัวอย่างจากคำสั่งกรมสรรพากรเดียวกัน:
บริษัท ก ว่าจ้างบริษัท ข ซ่อมเครื่องจักร โดยบริษัท ข ผู้รับจ้างออกใบเสนอราคาให้บริษัท ก ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และบริษัท ก ลงนามในใบเสนอราคาฉบับดังกล่าวในวันที่ 1 มีนาคม → บริษัท ข ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่จัดทำตราสารจ้างทำของ
ข้อสังเกต: ในทางปฏิบัติ ถ้าใบเสนอราคามีข้อความว่า “ถ้าท่านยอมรับเงื่อนไขนี้ กรุณาลงนามด้านล่าง” และมีการลงนามจากผู้ว่าจ้างจริง นั่นแปลว่าเป็นการทำสัญญาแล้ว ต้องเสียอากร
ใบสั่งซื้อ ใบสั่งจ้าง (Purchase Order) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม?
นี่เป็นคำถามที่สับสนกันมาก คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นการซื้อสินค้าหรือการจ้างทำงาน
ใบสั่งซื้อสินค้า (Purchase Order สำหรับสินค้า) ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ เพราะเป็นเพียงการสั่งซื้อสินค้าสำเร็จรูป
ตัวอย่าง:
- ใบสั่งซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ → ไม่ต้องติดอากรแสตมป์
- ใบสั่งซื้อวัสดุสำนักงาน → ไม่ต้องติดอากรแสตมป์
- ใบสั่งซื้ออะไหล่รถยนต์ → ไม่ต้องติดอากรแสตมป์
กรณีไม่ทำสัญญา แต่ยังต้องเสียอากรแสตมป์ เช่น ใบสั่งจ้าง (Purchase Order สำหรับงานบริการ) ที่เป็นการจ้างทำงานหรือให้บริการ และเข้าข่ายต้องติดอากรแสตมป์ โดยชอุ่มแนะนำให้ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.153/2559 ประกอบการพิจารณา
ข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.153/2559 ให้ตัวอย่างไว้ เช่น:
บริษัท ก ว่าจ้างบริษัท ข ซ่อมเครื่องถายเอกสาร โดยบริษัท ข ผู้รับจ้างออกใบเสนอราคาให้บริษัท ก ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่บริษัท ก ไม่ได้ลงนามในใบเสนอราคา ต่อมาบริษัท ก ออกใบสั่งจ้าง (Purchase Order) แจ้งให้บริษัท ข ทราบในวันที่ 1 มีนาคม → ใบสั่งจ้างตามใบเสนอราคาเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกันและก่อให้เกิดตราสารจ้างทำของ บริษัท ข ผู้รับจ้างจึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 มีนาคม
บริษัท ก ว่าจ้างบริษัท ข ซ่อมหลังคาอาคารโรงงาน บริษัท ข จำกัด ได้ซ่อมหลังคาอาคารโรงงานตามที่ตกลงแล้วเสร็จในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ต่อมาบริษัท ก ออกใบสั่งจ้าง (Purchase Order) ให้แก่บริษัท ข ในวันที่ 1 มีนาคม และบริษัท ข ออกใบแจ้งหนี้ (Invoice) พร้อมแนบใบสั่งจ้างเรียกเก็บเงินจาก บริษัท ก ในวันที่ 1 เมษายน → ใบแจ้งหนี้ตามใบสั่งจ้างเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกันและก่อให้เกิดตราสารจ้างทำของ บริษัท ข ในฐานะผู้รับจ้าง จึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 เมษายน ซึ่งชอุ่มเห็นว่าตัวอย่างนี้เป็นกรณีที่น่าสนใจอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งเป็นกรณีพิเศษที่ควรรู้ เพราะนั่นหมายความว่า แม้งานจะทำเสร็จไปแล้ว แต่ถ้ามีเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายลงนามตกลงกันภายหลัง ก็ยังต้องเสียอากรแสตมป์
ชอุ่มจะถามให้คิดต่อว่า จากตัวอย่างที่เป็นการโต้ตอบกันในคำสั่งกรมสรรพากรข้างต้น แสดงว่า จะต้องมีหลายตราสาร ทีนี้ ตอนจะติดอากรแสตมป์ ต้องติดบนตราสารฉบับไหน? → ให้ทำตามมาตรา 109 แห่งประมวลรัษฎากรที่ว่า “สัญญาใดเป็นตราสาร ซึ่งเกิดขึ้นโดยมีหนังสือโต้ตอบกันและมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า หนังสือฉบับหนึ่งฉบับใดที่จำเป็นในการทำให้เกิดสัญญานั้นขึ้น ได้ปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าแสตมป์แล้ว ให้ถือว่าสัญญานั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว”
ต้องติดอากรแสตมป์ภายในกี่วัน ค่าปรับจากการไม่ติดอากรแสตมป์ และผลจากการไม่ติดอากรแสตมป์
ต้องติดอากรแสตมป์ภายใน 15 วันนับถัดจากวันกระทำตราสาร (คำว่า “วันกระทำตราสาร” ก็เช่น วันทำสัญญา, วันที่คู่สัญญาลงนามครบทั้งสองฝ่าย, วันที่ทำใบสั่งจ้างตามใบเสนอราคาแล้วทำให้เกิดตราสารการจ้างทำของดังตัวอย่างในคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.153/2559 เป็นต้น) โดยหากเกิน 15 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน จะโดนปรับ 2 เท่า แต่ถ้าเกิน 90 วัน จะโดนปรับ 5 เท่า นอกจากนี้ สัญญาที่อยู่ในบังคับต้องติดอากรแสตมป์ แต่ไม่ได้ติดอากรแสตมป์ อาจไม่สามารถนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้
ชอุ่ม รัตติยากร